로그인
← Glossary

โบลินเจอร์แบนด์ (Bollinger Bands)

โบลินเจอร์แบนด์คืออินดิเคเตอร์ที่ใช้ราคาเฉลี่ยของ 20 แท่งล่าสุดเป็นเส้นกลาง แล้วตีแถบบนล่างห่างออกไปเท่ากับ 2 เท่าของช่วงที่ราคาแกว่งตามปกติ (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ราคาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในแถบนี้ ดังนั้นถ้าราคาหลุดออกนอกแถบ ก็อ่านได้ว่าเกิดการเคลื่อนไหวที่แรงกว่าปกติ แต่การหลุดแถบไม่ได้แปลว่าราคาจะต้องดีดกลับเสมอไป

โบลินเจอร์แบนด์คืออินดิเคเตอร์ที่วาด 'เส้นทางที่ราคาเดินเป็นประจำ' ให้เราเห็น เส้นกลางคือค่าเฉลี่ยของ 20 แท่งล่าสุด ส่วนแถบบนล่างคือตำแหน่งที่บวกและลบ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานคูณ 2 ออกไป คำว่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานฟังดูยาก แต่มองง่าย ๆ ว่าคือ 'ช่วงที่ราคาแกว่งตามปกติ' ก็พอ เช่น ถ้าค่าเฉลี่ย 20 แท่งอยู่ที่ 100 ล้านวอน และช่วงแกว่งปกติราว 1 ล้านวอน แถบบนก็จะอยู่ที่ 102 ล้านวอน แถบล่างอยู่ที่ 98 ล้านวอน

ในทางสถิติ ราคาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในแถบนี้ ดังนั้นถ้าราคาปิด หลุดต่ำกว่าแถบล่าง ก็อ่านว่า 'ถูกเทขายแรงกว่าช่วงปกติ' ถ้า ทะลุขึ้นเหนือแถบบน ก็อ่านว่า 'ขึ้นแรงกว่าช่วงปกติ' ถึงตรงนี้คือข้อเท็จจริง ส่วนหลังจากนี้คือเรื่องของการตีความล้วน ๆ

การตีความแตกเป็นสองสาย ฝั่งหนึ่งบอกว่า 'หลุดกรอบมาขนาดนี้ เดี๋ยวก็กลับเข้าหาค่าเฉลี่ย' แล้วคาดหวังทิศตรงข้าม อีกฝั่งบอกว่า 'แรงขนาดทะลุแถบได้ แสดงว่าจะไปต่อทางนั้น' แล้วคาดหวังทิศเดิม ภาพเดียวกันแท้ ๆ แต่มีกลยุทธ์ตรงข้ามกันอยู่ทั้งคู่ แปลว่าลำพังการหลุดแถบบอกอะไรเรื่องทิศทางได้ไม่มากนัก

ปรากฏการณ์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ การเกาะขอบแบนด์ (band walking) ในตลาดที่เทรนด์แรง ราคามักเกาะแถบบน (หรือแถบล่าง) แล้ววิ่งไปพร้อมกับแถบต่อเนื่องยาว ๆ ถ้าอยู่ในขาลงแล้วคิดว่า 'หลุดแถบล่างแปลว่าถึงก้นแล้ว' แล้วซื้อถัวไปเรื่อย ๆ ก็จะขาดทุนสะสมตลอดทางที่ราคาไหลลง

ความกว้างของแถบเองก็เป็นข้อมูล ถ้าราคาสงบแถบจะหดแคบ (การบีบตัว หรือสควีซ) ถ้าราคาเหวี่ยงแรงแถบจะกว้างออก มีบางกรณีที่หลังแถบบีบแคบมาก ๆ จะเกิดการเคลื่อนไหวใหญ่ตามมา เทรดเดอร์หลายคนเลยมองสควีซเป็น 'ความสงบก่อนพายุ' แต่กับดักคือ ไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าจะระเบิดไปทางไหน

What the data actually shows

Barobara นับทุกกรณีในอดีตที่บิตคอยน์หลุดออกนอกโบลินเจอร์แบนด์ แล้วเปิดเผยว่าหลังจากนั้นราคาไปทางไหนจริง ๆ คุณเช็กได้เองว่าความเชื่อ 'หลุดแถบล่างแล้วเด้ง' เป็นจริงในข้อมูลแค่ไหน — ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยต่างจากครึ่งต่อครึ่ง ผลจริงเมื่อหลุดแถบล่างโบลินเจอร์ (TF 1 ชั่วโมง), ผลจริงเมื่อทะลุแถบบนโบลินเจอร์ (TF 1 ชั่วโมง) ส่วนการเคลื่อนไหวหลังแถบบีบตัวดูได้ที่ สควีซ+ทะลุขึ้น และ สควีซ+หลุดลง

Common misconceptions

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยสุดคือ 'ราคาแตะแถบล่าง = โอกาสซื้อ' ในขาลงแรง ๆ ราคาเกาะแถบล่างแล้วไหลลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ ๆ (band walking) เกิดขึ้นจริงบ่อยมาก การหลุดแถบเป็นแค่ป้ายบอกว่า 'มีการเคลื่อนไหวแรงกว่าปกติ' ไม่ใช่ป้ายบอกจุดต่ำสุด อีกเรื่องคือตรรกะสถิติที่ว่า 'ราคา 95% อยู่ในแบนด์ ข้างนอกคือผิดปกติ เดี๋ยวก็ต้องกลับเข้ามา' ก็เข้าใจผิดเหมือนกัน เลข 95% นั้นมาจากสมมติฐานว่าราคาแจกแจงแบบปกติ (normal distribution) แต่ราคาตลาดจริงหลุดจากสมมติฐานนี้บ่อยมาก การเคลื่อนไหวสุดขั้วเกิดถี่กว่าที่ตำราสถิติบอกเยอะ

FAQ

Q. ราคาหลุดแถบล่างโบลินเจอร์แล้วจะเด้งไหม?

มีทั้งเด้งและทั้งลงต่อ Barobara นับทุกกรณีในอดีตแล้วพบว่าไม่มีฝั่งไหนชนะขาด โดยเฉพาะช่วงตลาดร่วงแรง การเกาะแถบล่างแล้วไหลลงต่ออีกยาวเกิดขึ้นบ่อย การเข้าเทรดโดยดูแค่การหลุดแถบอย่างเดียวจึงเสี่ยงมาก

Q. เขาว่าแถบบีบตัว (สควีซ) แล้วเดี๋ยวราคาจะวิ่งแรง จริงไหม?

แนวโน้มที่ความผันผวนจะเพิ่มขึ้นหลังช่วงตลาดเงียบ ๆ นั้นมีอยู่จริงในตลาด แต่ปัญหาคือทิศทาง จะระเบิดขึ้นหรือลงนั้นดูจากการบีบตัวอย่างเดียวไม่ได้ แถมยังมีสัญญาณหลอกที่เอียงไปทางหนึ่งนิด ๆ แล้วระเบิดไปอีกทางให้เห็นบ่อย ลองดูการแจกแจงจริงได้ที่หน้าสัญญาณสควีซของ Barobara

Related terms

Overbought·OversoldRSI (Relative Strength Index)MACD
For reference, not a prediction. Term explainers and historical data are not a guaranteed direction.
barobara.com · not a signal group — honest term explainers