ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed)
ดัชนีความกลัวและความโลภคือ เทอร์โมมิเตอร์วัดบรรยากาศ ไม่ใช่วัดราคา คร่าว ๆ คือ 0–25 กลัวสุดขีด, 25–45 กลัว, 45–55 เป็นกลาง, 55–75 โลภ, 75–100 โลภสุดขีด เช่น ถ้าดัชนีอยู่ที่ 15 ก็แปลว่าตลาดเพิ่งร่วงหนักจนทุกคนหดตัวกันหมด
ส่วนผสมต่างกันไปตามผู้จัดทำ แต่ดัชนีที่ใช้กันแพร่หลายฝั่งคริปโตมักผสมประมาณนี้ — ราคาเหวี่ยงรุนแรงแค่ไหน (ความผันผวน) การซื้อขายคึกคักและเอียงไปทางไหน กระแสพูดถึงคริปโตในโซเชียลร้อนแรงแค่ไหน บิตคอยน์ดอมิแนนซ์ และปริมาณการค้นหา เพราะแต่ละตัวมีสัญญาณรบกวนเยอะ เลยเอาหลายตัวมารวมเป็นเลขเดียว
วิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ดัชนีนี้คือ สวนกระแส อยากลองทำตามคำคมเก่าแก่ 'จงซื้อเมื่อคนอื่นกลัว จงขายเมื่อคนอื่นโลภ' ด้วยตัวเลข คือหวังว่ากลัวสุดขีดแปลว่าก้นเหวใกล้แล้ว โลภสุดขีดแปลว่ายอดดอยใกล้แล้ว
แต่มีเรื่องต้องระวัง การที่ดัชนีร่วงถึง 10 คือ บทสรุปของอดีต ว่าเพิ่งเกิดการร่วงหนักไปแล้ว ไม่ใช่คำพยากรณ์ว่าขาลงจบแล้ว ในตลาดหมีใหญ่ ๆ มีจริง ๆ ที่ดัชนีแช่อยู่โซนกลัวสุดขีดหลายสัปดาห์ระหว่างที่ราคาลงต่อไปเรื่อย ๆ ฝั่งโลภสุดขีดก็เหมือนกัน ในตลาดกระทิงแรง ๆ ดัชนีสูงค้างไว้นานพร้อมราคาที่ขึ้นต่อก็มี
โดยเนื้อแท้ วัตถุดิบของดัชนีนี้คือข้อมูลถึงเมื่อวานทั้งหมด ทั้งความผันผวน วอลุ่ม ยอดพูดถึงในโซเชียล ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดไปแล้ว ดังนั้นดัชนีความกลัวและความโลภไม่ใช่กล้องส่องทางไกลไว้มองอนาคต แต่คือ กระจกไว้ส่องว่าตลาดตอนนี้อยู่ในสภาพไหน ใช้แบบนั้นถึงจะถูก
What the data actually shows
คำพูดว่า 'ซื้อตอนกลัวสุดขีดแล้วชนะ' ก็เป็นข้อกล่าวอ้างที่ต้องเอาไปนับด้วยแบ็กเทสต์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสำเร็จรูป ผลที่ Barobara นับสัญญาณกราฟบิตคอยน์ด้วยวิธีเดียวกันนี้มาจริง ๆ คือ สัญญาณส่วนใหญ่ให้ผลขึ้นลงเกือบครึ่งต่อครึ่ง (แคตตาล็อกเซตอัป) แล้วอินดิเคเตอร์เชิงอารมณ์จะมีเหตุผลอะไรให้เป็นข้อยกเว้น ใช้ดัชนีความกลัวและความโลภเป็นเทอร์โมมิเตอร์เช็กว่า 'บรรยากาศตอนนี้เอียงไปทางไหน' ก็พอ อย่าเอาไปผูกตรง ๆ กับปุ่มซื้อขาย นั่นคือวิธีใช้แบบตรงไปตรงมาCommon misconceptions
'กลัวสุดขีดคือสัญญาณก้นเหว' — กลัวสุดขีดคือบทสรุปว่า 'ร่วงหนักไปแล้ว' ไม่ใช่ 'ร่วงจบแล้ว' ในตลาดหมียาว ๆ มีตัวอย่างจริงที่ดัชนีแช่โซนกลัวสุดขีดหลายสัปดาห์ระหว่างที่ราคาลงต่อเนื่อง
'ดัชนีทำนายอนาคตได้' — วัตถุดิบทั้งหมดคือข้อมูลอดีต (ความผันผวน วอลุ่ม ยอดพูดถึง จนถึงเมื่อวาน) โดยเนื้อแท้จึงเป็นอินดิเคเตอร์ที่มองย้อนหลัง มันบอกได้ว่าอารมณ์ตลาดสุดขั้ว แต่บอกไม่ได้ว่าความสุดขั้วนั้นจะคลายเมื่อไหร่
FAQ
Q. ดัชนีความกลัวและความโลภใครเป็นคนทำ?
หลายเจ้าต่างคนต่างทำ ฝั่งคริปโตที่ดังคือดัชนีของ alternative.me ส่วนฝั่งหุ้นต้นตำรับคือ Fear & Greed Index ของ CNN วัตถุดิบและน้ำหนักไม่เหมือนกัน วันเดียวกันเลขเลยต่างกันได้ แนะนำให้ดูแนวโน้มภายในดัชนีเดียวกันมากกว่ายึดค่าสัมบูรณ์
Q. ดัชนีเคยไปแตะใกล้ ๆ 0 หรือ 100 บ้างไหม?
ช่วงร่วงแรงหรือพุ่งแรง ค่าสุดขั้วอย่างเลขหลักเดียวหรือ 90 กว่า ๆ เกิดขึ้นจริง ตัวความหายากนั้นก็เป็นข้อมูลอย่างหนึ่ง แต่การแตะค่าสุดขั้วไม่ได้ตามด้วยการกลับทิศทันทีเสมอไป ภาวะสุดขั้วลากยาวต่อได้เหมือนกัน