로그인
← รายการคู่มือ

🦊 วิธีโอนเหรียญคริปโต (MetaMask)

อ่าน ~8 นาที · ใช้อ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่การทำนาย

ก่อนเริ่ม — บทความนี้พูดถึงอะไร

MetaMask เป็นแอป 'กระเป๋าเงิน' (wallet) สำหรับเก็บและส่งเหรียญคริปโต ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ดูยอดคงเหลือและโอนไปที่อื่นได้เหมือนแอปธนาคาร

แต่มีจุดหนึ่งที่ต่างจากธนาคารอย่างมาก คือไม่มีศูนย์บริการลูกค้าที่จะคืนเงินให้เมื่อโอนผิด เหรียญที่ส่งไปแล้วไม่สามารถยกเลิกได้

ดังนั้นบทความนี้จึงเน้นที่การส่งแบบ 'ช้า ๆ และปลอดภัย' เพียงทำตามลำดับ ติดตั้ง → เลือกเครือข่ายให้ตรงกัน → คัดลอกที่อยู่ → ส่ง → ทำความเข้าใจค่าแก๊ส → ตรวจสอบการโอน

เมื่อเรียนรู้อย่างถูกต้องสักครั้ง หลังจากนั้นก็จะไม่ยากอีกต่อไป

⚠️ บทความนี้เป็นเพียงคำแนะนำสำหรับใช้อ้างอิงเท่านั้น การตัดสินใจและความรับผิดชอบทั้งหมดในการโอนจริงเป็นของคุณเอง ก่อนส่งจำนวนเงินมาก ๆ ให้ทดลอง 'โอนทดสอบจำนวนเล็กน้อย' ตามที่อธิบายด้านล่างก่อนเสมอ

ขั้นตอนที่ 1 — ติดตั้ง MetaMask และเก็บวลีกู้คืน

MetaMask ใช้งานได้ทั้งในรูปแบบส่วนขยายของเบราว์เซอร์บน PC (เช่น Chrome, Edge) หรือเป็นแอปบนมือถือ

ทั้งสองแบบเป็นกระเป๋าเงินเดียวกัน คุณสามารถสร้างที่ฝั่งหนึ่งแล้วไปเรียกใช้บนอีกฝั่งในภายหลังได้

  1. ติดตั้งจากช่องทางทางการเท่านั้นบน PC ให้ติดตั้งส่วนขยายเบราว์เซอร์จาก metamask.io ส่วนบนมือถือให้ติดตั้ง 'MetaMask' จาก App Store/Google Play ทางการ ระวังแอปปลอมที่มาจากโฆษณาการค้นหาหรือลิงก์แปลก ๆ หากใส่วลีกู้คืนลงในกระเป๋าเงินปลอม คุณอาจสูญเสียเหรียญทั้งหมด
  2. สร้างกระเป๋าเงินใหม่สร้างกระเป๋าเงินตามคำแนะนำและตั้งรหัสผ่าน รหัสผ่านนี้ใช้สำหรับเปิดแอปบนอุปกรณ์เครื่องนี้เท่านั้น ไม่ใช่กุญแจที่ใช้กู้คืนกระเป๋าเงินตัวจริง
  3. บันทึกวลีกู้คืน (seed phrase)จะมีคำภาษาอังกฤษ 12 คำ (หรือ 24 คำ) แสดงตามลำดับ นี่คือกุญแจตัวจริงของกระเป๋าเงิน ให้จดลงกระดาษตามลำดับที่ถูกต้องและเก็บไว้ในที่ปลอดภัย แม้อุปกรณ์จะเสียหรือลบแอปทิ้ง เพียงมีคำเหล่านี้ก็สามารถกู้คืนกระเป๋าเงินได้
⚠️ ห้ามบอกวลีกู้คืน (คำ 12~24 คำ) ให้ใครเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน MetaMask, ตลาดแลกเปลี่ยน หรือคนที่อ้างว่าจะ 'ช่วยเหลือ' หากมีใครถามถึงสิ่งนี้คือการหลอกลวง 100% การแคปหน้าจอแล้วเก็บไว้ในคลาวด์ แอปแชต หรือแอปโน้ตก็อันตรายเช่นกัน ใครก็ตามที่มีคำเหล่านี้สามารถนำเหรียญของคุณไปได้ทั้งหมด
💡 วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเขียนวลีกู้คืนด้วยลายมือลงกระดาษ แล้วเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยทางกายภาพ เช่น ลิ้นชักหรือตู้เซฟ หากทำสำเนาไว้ 2 ชุดและแยกเก็บไว้คนละที่ ก็จะรับมือกับการสูญหายได้ด้วย

ขั้นตอนที่ 2 — เลือกเครือข่ายให้ตรงกัน (จุดที่คนพลาดมากที่สุด)

แม้จะเป็นเหรียญเดียวกัน ก็สามารถส่งผ่าน 'เครือข่าย (เส้นทาง)' ได้หลายแบบ ตัวอย่างเช่น USDT (Tether เหรียญที่ผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์) สามารถส่งผ่านเครือข่าย Ethereum, Arbitrum, Tron หรือ BSC ได้

ฝั่งที่ส่งและฝั่งที่รับต้องอยู่บนเครือข่ายเดียวกันเหรียญถึงจะไปถึง แม้ที่อยู่จะดูเหมือนกัน แต่ถ้าเครือข่ายต่างกันเหรียญก็จะหายไป

ลำดับจึงสำคัญ ไม่ใช่เราเป็นคนกำหนด แต่ต้องปรับ MetaMask ให้ตรงกับเครือข่ายที่ฝั่งผู้รับ (ตลาดแลกเปลี่ยนหรือกระเป๋าเงินของอีกฝ่าย) กำหนดไว้

  1. ตรวจสอบเครือข่ายที่ฝั่งผู้รับหน้าจอฝากเงินของตลาดแลกเปลี่ยนมักจะมีหัวข้อ 'Network (เครือข่าย)' เช่น Ethereum (ERC-20), Arbitrum One, BNB Smart Chain (BEP-20) เป็นต้น เครือข่ายที่ระบุไว้ตรงนี้คือตัวกำหนดมาตรฐาน
  2. เลือกเครือข่ายเดียวกันใน MetaMaskกดที่ชื่อเครือข่ายด้านบนของ MetaMask แล้วเลือกเครือข่ายเดียวกันจากรายการ Ethereum Mainnet มีมาให้เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว
  3. หากไม่มีในรายการ ให้เพิ่มเครือข่ายบางเครือข่ายอย่าง Arbitrum อาจต้องเพิ่มเอง ให้เพิ่มด้วยข้อมูลที่ถูกต้องตามคำแนะนำทางการจากตลาดแลกเปลี่ยนหรือเว็บอย่าง chainlist และอย่าเปลี่ยนตัวเลข (เช่น Chain ID) ตามใจชอบ
⚠️ เครือข่ายไม่ตรงกันคือสาเหตุอันดับหนึ่งของการสูญเสียเงิน หากฝั่งผู้รับระบุว่า 'Arbitrum' แต่คุณส่งผ่านเครือข่าย Ethereum เหรียญจะไม่ไปถึงและอาจกู้คืนได้ยากมากหรือกู้คืนไม่ได้เลย ก่อนกดส่ง ให้ตรวจสอบอีกครั้งว่าเครือข่ายทั้งสองฝั่งเหมือนกันทุกตัวอักษรหรือไม่

ขั้นตอนที่ 3 — คัดลอกที่อยู่ฝากเงินจากฝั่งผู้รับ

ตอนนี้ถึงเวลานำ 'ที่อยู่' ที่เหรียญจะไปถึงมา ที่อยู่คือสตริงตัวอักษรและตัวเลขภาษาอังกฤษที่ยาวและซับซ้อนซึ่งขึ้นต้นด้วย '0x' (สำหรับสายตระกูล Ethereum)

เพราะผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียวก็ไม่ได้ ดังนั้นห้ามพิมพ์ด้วยมือเด็ดขาด ให้ใช้ปุ่มคัดลอก

  1. เปิดหน้าจอฝากเงินเข้าไปที่เมนู 'ฝากเงิน (Deposit)' หรือ 'รับ (Receive)' ในตลาดแลกเปลี่ยนหรือกระเป๋าเงินผู้รับ
  2. เลือกเหรียญและเครือข่ายก่อนเมื่อเลือกว่าจะรับเหรียญใดผ่านเครือข่ายใด ที่อยู่ที่ตรงกันก็จะปรากฏขึ้น หากเปลี่ยนเหรียญหรือเครือข่าย ที่อยู่ก็จะเปลี่ยนไปด้วย ลำดับจึงสำคัญ
  3. คัดลอกที่อยู่กดไอคอน 'คัดลอก' ข้างที่อยู่ หากมี QR code การสแกน QR ระหว่างมือถือกับมือถือก็ปลอดภัยเช่นกัน
  4. ตรวจสอบว่าต้องใช้ Memo (Tag) หรือไม่บางเหรียญและบางตลาดแลกเปลี่ยนต้องการหมายเลขเพิ่มเติมที่เรียกว่า 'Memo' หรือ 'Tag' นอกเหนือจากที่อยู่ การโอนสายตระกูล Ethereum ใน MetaMask มักไม่มีสิ่งนี้ แต่หากหน้าจอฝั่งผู้รับมีช่อง Memo ให้ตรวจสอบและกรอกไปพร้อมกันด้วยเสมอ หากตกหล่นไปการฝากเงินอาจไม่เข้า
💡 หลังจากวางที่อยู่ที่คัดลอกมาลงใน MetaMask แล้ว ให้ตรวจสอบด้วยตาอีกครั้งว่าตัวอักษร 4~6 ตัวแรกและ 4~6 ตัวท้ายตรงกับต้นฉบับหรือไม่ วิธีนี้ช่วยกรองกรณีที่คัดลอกผิด หรือกรณีที่โปรแกรมประสงค์ร้ายบางตัวสลับที่อยู่ในจังหวะที่วางได้

ขั้นตอนที่ 4 — ส่งเหรียญจาก MetaMask

เมื่อเตรียมที่อยู่เรียบร้อยแล้ว เรามาลองส่งจริงกัน หากเป็นครั้งแรก อย่าใจร้อน เริ่มจากจำนวนที่น้อยมาก ๆ ก่อนคือหัวใจสำคัญ

  1. กดส่ง (Send)เลือกเหรียญที่จะส่งใน MetaMask แล้วกดปุ่ม 'Send/ส่ง' ตอนนี้ให้ตรวจสอบอีกครั้งว่าเครือข่ายด้านบนเป็นเครือข่ายที่ปรับให้ตรงกันไว้ในขั้นตอนที่ 2
  2. วางที่อยู่ผู้รับวางที่อยู่ที่คัดลอกมาในขั้นตอนที่ 3 แล้วเทียบตัวอักษรหน้าและหลังของที่อยู่ที่วางกับต้นฉบับ
  3. กรอกจำนวนที่จะส่งก่อนอื่นให้กรอกจำนวน 'ทดสอบจำนวนเล็กน้อย' (จำนวนน้อยมาก) เพื่อยืนยันว่าไปถึง ตรวจสอบว่าชนิดเหรียญและจำนวนถูกต้อง
  4. ตรวจค่าแก๊สแล้วส่งหน้าจอถัดไปจะแสดงค่าธรรมเนียม (ค่าแก๊ส) ตรวจสอบเนื้อหาแล้วกด 'Confirm/ยืนยัน' เพื่อส่ง
  5. ส่งจริงหลังยืนยันว่าไปถึงหลังจากยืนยันว่าจำนวนทดสอบไปถึงฝั่งผู้รับเรียบร้อยแล้วเท่านั้น จึงค่อยส่งจำนวนที่เหลือด้วยวิธีเดียวกัน
⚠️ เหรียญที่ส่งไปแล้วไม่สามารถยกเลิกหรือคืนเงินได้ ให้ตรวจสอบที่อยู่ เครือข่าย และจำนวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกด 'Confirm' โดยเฉพาะหากเป็นที่อยู่ที่ส่งครั้งแรก ให้ถือว่าการทดสอบจำนวนเล็กน้อยไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น

ขั้นตอนที่ 5 — ค่าแก๊ส (ค่าธรรมเนียม) คืออะไร

ค่าแก๊ส (gas fee) คือค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับเครือข่ายที่ประมวลผลการโอน หากเปรียบกับการส่งพัสดุ ก็เหมือนค่าจัดส่ง

ไม่ใช่ตลาดแลกเปลี่ยนหรือ MetaMask ที่เก็บไป แต่เป็นค่าตอบแทนที่เครือข่ายบล็อกเชนนั้นได้รับสำหรับการประมวลผลธุรกรรม

  • ค่าแก๊สไม่ได้จ่ายด้วยเหรียญที่ส่ง แต่จ่ายด้วย 'เหรียญพื้นฐานของเครือข่ายนั้น' ถ้าเป็นเครือข่าย Ethereum ก็ต้องใช้ ETH, Arbitrum ก็ใช้ ETH, BSC ก็ต้องใช้ BNB
  • ดังนั้นหากมีแต่ USDT และไม่มี ETH เลยสักนิด ก็อาจส่ง USDT บนเครือข่าย Ethereum ไม่ได้ ให้เหลือเหรียญสำหรับค่าแก๊สไว้บ้าง
  • ค่าแก๊สไม่ได้คงที่ แต่ขึ้นลงตามความหนาแน่นของเครือข่ายในแต่ละช่วงเวลา Ethereum Mainnet บางครั้งก็แพง ส่วนเครือข่ายอย่าง Arbitrum มักจะถูกกว่ามาก
💡 หากค่าธรรมเนียมเป็นภาระ ในกรณีที่ตลาดแลกเปลี่ยนรองรับหลายเครือข่าย การเลือกเครือข่ายที่ถูกกว่า (เช่น Arbitrum) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น หลักการที่ว่าเครือข่ายฝั่งส่งและฝั่งรับต้องเหมือนกันก็ยังคงเดิม

ขั้นตอนที่ 6 — ตรวจสอบการโอน (Explorer)

กดปุ่มส่งแล้วไม่ได้แปลว่าจบ การที่เครือข่ายประมวลผลมักใช้เวลาตั้งแต่หลายสิบวินาทีจนถึงหลายนาที

คุณสามารถดูความคืบหน้าได้ด้วยตัวเองที่เว็บไซต์ตรวจสอบที่เรียกว่า 'block explorer' คล้ายกับการตรวจสอบใบเสร็จธุรกรรม

  1. เปิดประวัติการโอนกดที่รายการโอนที่เพิ่งส่งในแท็บ 'กิจกรรม (Activity)' ของ MetaMask
  2. ไปที่ Explorerกดลิงก์ 'View on block explorer (ดูบน explorer)' ในหน้าจอรายละเอียด เว็บไซต์ตรวจสอบของเครือข่ายนั้นก็จะเปิดขึ้น (เช่น Ethereum คือ Etherscan)
  3. ตรวจสอบสถานะหากแสดงเป็น 'Success/Confirmed (สำเร็จ/ยืนยันแล้ว)' และจำนวนการยืนยัน (confirm) สะสมขึ้น แสดงว่าประมวลผลปกติแล้ว หากเป็น 'Pending (รอดำเนินการ)' ให้รออีกสักครู่
  4. ยืนยันขั้นสุดท้ายที่ฝั่งผู้รับแม้ Explorer จะขึ้นว่าสำเร็จ การฝากเงินเข้าตลาดแลกเปลี่ยนยังต้องสะสมจำนวน confirm ตามที่ตลาดแลกเปลี่ยนกำหนดถึงจะสะท้อนในยอดคงเหลือ ให้ตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้ายว่าเงินเข้ายอดคงเหลือฝั่งผู้รับจริงหรือไม่

หากเวลาผ่านไปนานพอสมควรแล้วยังไม่ไปถึง ให้ตรวจสอบสถานะธุรกรรมบน Explorer (ว่าสำเร็จหรือล้มเหลว) และตรวจสอบว่าเครือข่ายที่ส่งกับเครือข่ายฝั่งผู้รับตรงกันหรือไม่ก่อนเป็นอันดับแรก ปัญหา 'เงินไม่เข้า' ส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายไม่ตรงกัน

หากเป็นกรณีที่ส่งเหรียญไปยังตลาดแลกเปลี่ยนต่างประเทศเพื่อเทรดฟิวเจอร์ส หลังจากฝากเงินแล้ว ลองดูคู่มือ → 'วิธีเทรดฟิวเจอร์ส' ประกอบไปด้วยก็จะช่วยได้

สรุปกฎความปลอดภัยที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

  • ห้ามแชร์วลีกู้คืน (seed phrase) ให้ใครเด็ดขาด หากมีใครถามคือการหลอกลวงแน่นอน
  • เครือข่ายฝั่งส่งและฝั่งรับต้องเหมือนกันทุกตัวอักษร
  • อย่าพิมพ์ที่อยู่ด้วยมือ ให้คัดลอก หลังจากวางแล้วให้เทียบตัวอักษรหน้าและหลัง
  • สำหรับที่ส่งครั้งแรก ต้องทดสอบจำนวนเล็กน้อย → ยืนยันว่าไปถึง → ส่งจริงเสมอ
  • ให้เหลือเหรียญพื้นฐานสำหรับค่าแก๊ส (ETH, BNB ฯลฯ) ไว้บ้าง
  • การโอนไม่สามารถยกเลิกหรือคืนเงินได้ ตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกด Confirm
⚠️ ขอเน้นย้ำอีกครั้ง เหรียญที่ส่งผิดเพราะพิมพ์ที่อยู่ผิดหรือเครือข่ายไม่ตรงกันอาจหายไปอย่างถาวร และไม่มีที่ใดจะคืนให้ อย่ารีบส่งจำนวนเงินมาก ๆ ในครั้งเดียว ให้สร้างนิสัยแบ่งส่งทีละน้อยพร้อมตรวจสอบไปด้วย บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง และการตัดสินใจกับความรับผิดชอบทั้งหมดในการโอนเป็นของคุณเอง